โครงงานคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่เรื่องยาก การเรียนรู้แนวใหม่ที่สอนนักเรียนให้ได้มากกว่าผลงานจากคอมพิวเตอร์

คุณเคยคุ้นเคยกับคำนี้บ้างไหม “โครงงานคอมพิวเตอร์” หลาย ๆ ท่านที่เป็นครูวิทยาศาสตร์มักจะคุ้นเคยกับคำว่า โครงงานวิทยาศาสตร์และมักจะใช้กระบวนการนี้บ่อยครั้งในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  แต่สำหรับครูคอมพิวเตอร์นั้นอาจจะเป็นคำใหม่  แต่แท้ที่จริงแล้วครูที่สอนวิชาคอมพิวเตอร์ได้ใช้กระบวนการนี้จนเคยชินแล้ว

computer-projectสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  (สสวท.)  ได้ให้ความหมายของโครงงานคอมพิวเตอร์ไว้ว่า เป็นกิจกรรมอิสระที่ผู้เรียนสามารถเลือกศึกษาตามความสนใจโดยใช้ทักษะตลอดจนประสบการณ์ของผู้เรียนด้านคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ในการแก้ปัญหาต่างๆ  ผู้เรียนจะต้องวางแผนดำเนินงาน ศึกษา พัฒนาโปรแกรม หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องด้วยตนเอง ซึ่งสามารถแบ่งประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์ได้ 5 ประเภทดังนี้

          1.  โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)  เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียน หรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวนและคำถามคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่มก็ได้

          2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ (Tools Development)  เป็นโครงงานเพื่อพัฒนาเครื่องมือมาใช้ช่วยสร้างงานประยุกต์ต่าง ๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นในรูปแบบของโปรแกรมคอมพิวเตอร์  เช่น ซอฟต์แวร์วาดรูป ซอฟต์แวร์พิมพ์งาน ซอฟต์แวร์ช่วยการมองวัตถุในมุมต่าง ๆ เป็นต้น

         3. โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี (Theory Experiment)  เป็นโครงงานใช้คอมพิวเตอร์ในการจำลอง การทดลองของสาขาต่าง ๆ เป็นโครงงานที่ผู้ทำต้องศึกษารวบรวมความรู้ หลักการ ข้อเท็จจริงและแนวความคิดต่าง ๆ แล้วเสนอเป็นแนวคิด แบบจำลอง หลักการ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของสมการ สูตร หรือคำอธิบายก็ได้ พร้อมทั้งนำเสนอวิธีการจำลองทฤษฎีด้วยคอมพิวเตอร์

          4.  โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน (Application)  โครงงานประเภทนี้จะมีการประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่าง ๆ ซึ่งอาจจะสร้างใหม่หรือปรับปรุงดัดแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นก็ได้ จะต้องศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ก่อนแล้วนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในการออกแบบ และพัฒนาสิ่งของนั้น ๆ ต่อจากนั้นต้องมีการทดสอบการทำงานหรือทดสอบคุณภาพของสิ่งประดิษฐ์แล้ว ปรับปรุงแก้ไขให้มีความสมบูรณ์

         5. โครงงานพัฒนาเกม (Game Development) เป็นโครงงานพัฒนาซอฟต์แวร์เกม เพื่อความรู้ และ/หรือ ความเพลิดเพลิน  ซึ่งเกมที่พัฒนาขึ้นนี้น่าจะเน้นให้เป็นเกมที่ไม่รุนแรง เน้นการใช้สมองเพื่อฝึกคิดอย่างมีหลักการ โครงงานประเภทนี้จะมีการออกแบบลักษณะและกฎเกณฑ์การเล่น เพื่อให้น่าสนใจแก่ผู้เล่น พร้อมทั้งให้ความรู้สอดแทรกไปด้วย

จะเห็นได้ว่า โครงงานคอมพิวเตอร์  ก็คือ การนำความรู้ ทักษะกระบวนการในการใช้คอมพิวเตอร์ในรูปแบบต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ก่อให้เกิดสิ่งใหม่ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้กล้าคิด กล้าทำ และกล้าแสดงออกในการสร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเอง  แต่จากประสบการณ์การสอนคอมพิวเตอร์ในโรงเรียน  ทำให้ได้ข้อคิดอย่างหนึ่งว่า  การจะสอนให้นักเรียนทำโครงงานคอมพิวเตอร์นั้น  ครูผู้สอนเองอย่าคาดหวังกับสิ่งที่นักเรียนคิดและทำมากจนเกินไป  การสอนในลักษณะนี้เชื่อได้ว่า ในระยะแรก ๆ คงจะไม่ประสบความสำเร็จมากนัก  ทั้งนี้ต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ของครูผู้สอน  และการรับฟังความคิดเห็นของนักเรียนในระหว่างการทำโครงงาน  จึงจะส่งผลให้โครงงานคอมพิวเตอร์นั้นประสบความสำเร็จได้

เริ่มต้นของการสอนโครงงานคอมพิวเตอร์นั้นจะต้องให้นักเรียนลองพิจารณาตนเองจากความรู้เดิม หรือประสบการณ์ที่เคยใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างสรรค์ผลงานมาลองมาพิจารณาเปรียบเทียบดูว่า  ตนเองยังขาดอะไร  ยังต้องการเติมเต็มในส่วนไหน  หลังจากนั้นให้มองในภาพกว้างต่อไปว่าตนเองถนัดในเรื่องของทำโครงงานในรูปแบบไหน  จะเป็นสิ่งประดิษฐ์,  ผลงาน หรือการเขียนโปรแกรม  ครูหลาย ๆ ท่านคงคิดว่า  คงจะปวดหัวน่าดู  หากนักเรียนเลือก  10 อย่าง 10 ประเภทแล้วเราจะสอนอย่างไร

จริง ๆ นี่คือหลักการง่าย ๆ ของการคิดหัวข้อเรื่องเท่านั้น  เมื่อนักเรียนเริ่มสนใจในสิ่งเดียวกัน  เราก็ใช้วิธีการจับคู่แบบผสมผสาน นำไอเดียหรือความคิดของนักเรียนมาต่อยอดกัน แล้วให้นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในงานชิ้นนี้  ทุกคนก็จะเห็นคุณค่าและร่วมกันคิด ร่วมกันทำในที่สุด เมื่อนักเรียนได้หัวข้อตามที่ตนเองต้องการนั้น  ลองให้นักเรียนออกแบบแนวคิดทั้งหมดลงในกระดาษ  เขียนในสิ่งที่ตนเองอยากจะทำให้ได้มากที่สุด  หลังจากนั้นจะเป็นหน้าที่ของครูที่จะต้องใช้คำถามให้นักเรียนได้ฝึกคิดต่อว่า  โครงงานคอมพิวเตอร์นั้นจะเป็นไปในทิศทางใด ในการสอนให้นักเรียนทำโครงงานนั้นครูผู้สอนอาจจะต้องคำนึงถึงศักยภาพในหลาย ๆ ด้านประกอบด้วยไม่ว่า  จะเป็นงบประมาณ,  ฐานความรู้ของผู้เรียน  และองค์ความรู้ที่มีอยู่ของผู้สอน  ซึ่งส่วนสุดท้ายนี้ถือว่า  เป็นกลไกขับเคลื่อนที่สำคัญ  ครูอาจจะไม่สามารถถ่ายทอดในเรื่องนั้นให้กับนักเรียนได้  ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่ตนเองไม่ถนัดก็ตาม  แต่ครูก็สามารถจัดสื่อเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนได้เรียนรู้ในเรื่องนั้น ๆ ต่อไป  การกล้าพูดและแสดงความคิดเห็นระหว่างครูผู้สอนและผู้เรียนถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้โครงงานนั้น ๆ ขับเคลื่อนต่อไป

หลังจากที่นักเรียนเขียนในสิ่งที่ตนเองต้องการแล้ว  ครูอาจจะต้องออกแบบกระบวนการเขียนเค้าโครงโครงงานให้นักเรียนได้เข้าใจอย่างง่าย ๆ โดยการนำสิ่งที่นักเรียนเขียนมาแปลงให้อยู่ในรูปแบบของคำพูดที่สามารถสื่อความหมายให้เข้าใจได้ง่าย ๆ ฝึกให้นักเรียนนำเสนอผลงานตามสิ่งที่ตนเองต้องการ โดยอาจจะให้ครูผู้สอนในรายวิชาอื่น ๆ ร่วมเป็นครูที่ปรึกษา  หรือให้เพื่อน ๆ นักเรียนช่วยกันนำเสนอแนวคิดใหม่ ๆ ที่อาจจะทำให้ได้ผลงานที่แตกต่างและเป็นที่ยอมรับของคนในกลุ่มใหญ่ ๆ ในระหว่างที่นักเรียนสร้างสรรค์ผลงานอยู่นั้น  คงจะเป็นหน้าที่ของครูผู้สอนที่จะต้องมีการประเมินผลงานเป็นระยะๆ ซึ่งหากผู้เรียนเกิดปัญหาหรืออุปสรรคใด ๆ ที่ไม่สามารถดำเนินงานตามเค้าโครงที่ได้วางแผนไว้  ครูผู้สอนที่ได้ทราบเหตุผลจะหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อไป

เมื่อสิ้นสุดของการทำโครงงาน  ครูผู้สอนอาจจะให้ผู้เรียนนำเสนอในรูปแบบของนิทรรศการเล็ก ๆ อาจจะจัดขึ้นเฉพาะในช่วงของกิจกรรมพักกลางวัน  หรือจัดร่วมกับวันสำคัญต่าง ๆ ของกิจกรรมในโรงเรียน  เพื่อเป็นการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ให้กับบุคคลภายนอกได้รับทราบ  ส่วนในการประเมินผลงานนั้น  ครูผู้สอนจะต้องเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ร่วมกันประเมินผลงานทั้งของตนเองและของผู้อื่น และในส่วนของเกณฑ์การให้คะแนนนั้นอาจจะมาจากสัดส่วนที่แตกต่างกัน  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงในเบื้องต้นของการทำโครงงานว่า  จะให้คะแนนในแต่ละส่วนเป็นอย่างไร  ครูผู้สอนหลาย ๆ ท่านอาจจะมองว่า  ในเมื่อนักเรียนทำงานนำเสนอที่คล้ายคลึงกันโดยอาจจะใช้โปรแกรมตัวเดียวกัน  แต่ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมแตกต่างกัน  อย่างหนึ่งต้องยอมรับว่า  นักเรียนที่ไม่ชอบวิชาคอมพิวเตอร์อาจจะทำโครงงานนั้น ๆ ไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าที่ควร  แต่อย่าลืมว่า  เกณฑ์ข้อหนึ่งที่จะนำมาช่วยในการตัดสินผลงานก็คือ  นักเรียนสามารถทำได้ตามแผนที่กำหนดไว้หรือไม่  เพราะเค้าโครงหรือแผนงานที่นักเรียนกำหนดขึ้นนั้น  จะเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่งว่า  ผู้เรียนทำงานได้เสร็จหรือไม่ 

ทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์อันเล็กน้อยที่ผู้เขียนได้พบเจอมาจึงขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับท่านผู้อ่าน โครงงานคอมพิวเตอร์ไม่ใช่เรื่องยาก  ไม่ใช่เรื่องใหญ่  เพียงแค่เพิ่มความใส่ใจและเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ให้กับผู้เรียนเพียงเท่านี้ก็จะได้รู้ว่า  ลูกศิษย์ของคุณไปได้ไกลมากกว่าที่คุณคิด

ที่มา : วารสาร สควค. ฉบับที่ 6 หน้าที่ 10-11 เขียนโดย ครูกาญจนา  ตุ่นคำแดง  สควค.รุ่น  6  ครู ร.ร.แม่ปะวิทยาคม จ.ตาก
ภาพประกอบจาก : http://www.vcharkarn.com/uploads/220/220289.jpg



Leave a Comment